จดทะเบียนบริษัท.COM » โรงแรมในประเทศไทย เปิดการค้า จัดตั้ง ที่ไหน ทำเล?

Click to rate this post!
[Total: 1 Average: 5]

ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย มีรายได้จากอะไรบ้าง

  1. รายได้จากการให้บริการห้องพัก รายได้หลักมาจากการให้บริการห้องพักให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึงรายได้จากการจองห้องพัก การเช่าห้องประเภทต่าง ๆ และการให้บริการเพิ่มเติมในห้องพัก เช่น อาหารเช้า บริการซักรีด และอื่น ๆ

  2. รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม รายได้จากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านบาร์ หรือร้านเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีในโรงแรม

  3. รายได้จากการจัดงานประชุมและอีเวนต์ รายได้จากการให้บริการห้องประชุม ห้องจัดงานสัมมนา ห้องจัดงานเลี้ยง และการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ ให้กับลูกค้าภายนอก

  4. รายได้จากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก รายได้จากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม ๆ ที่ไม่ใช่ห้องพักและอาหาร เช่น บริการซักรีด บริการสปา บริการออกกำลังกาย บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย และอื่น ๆ

  5. รายได้จากการท่องเที่ยว รายได้ที่เกิดจากการจัดทริปท่องเที่ยวพร้อมทั้งการให้บริการพักและบริการอื่น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักในโรงแรม

  6. รายได้จากการให้บริการพิเศษ รายได้จากการให้บริการพิเศษหรือกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ เช่น งานเทศกาล การแสดงศิลปะ การให้บริการด้านสุขภาพและความงาม และอื่นๆ

  7. รายได้จากการบริหารทรัพยากรบุคคล รายได้จากการให้บริการการฝึกอบรม การสัมมนา และการประชุมสำหรับบุคลากรและองค์กรภายนอก

  8. รายได้จากการบริการอื่นๆ รายได้จากการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม เช่น บริการรถรับส่ง บริการตั๋วเครื่องบิน และอื่น ๆ

วิเคราะห์ Swot Analysis ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  1. จุแข็ง (Strengths)

    • ตำแหน่งที่ดีในตลาด โรงแรมมีตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดและมีชื่อเสียงที่ดีในวงกว้าง
    • คุณภาพบริการ การให้บริการดีและมาตรฐานสูงเป็นเครื่องมือในการดึงดูดลูกค้า
    • สิ่งอำนวยความสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
  2. จุดอ่อน (Weaknesses)

    • ความขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้คุณภาพบริการลดลงในบางครั้ง
    • โครงสร้างต้นทุนสูง การดำเนินธุรกิจโรงแรมอาจมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูง เช่น ค่าสาธารณูปโภคและค่าจ้างงาน
  3. โอกาส (Opportunities)

    • การเติบโตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โอกาสในการเพิ่มยอดขายเนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ
    • การสร้างรายได้เสริม โอกาสในการให้บริการรายได้เสริม เช่น การจัดงานเลี้ยงหรือกิจกรรมพิเศษ
  4. ความเสี่ยง (Threats)

    • การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ความแข่งขันในตลาดโรงแรมสามารถเสียทอดแทนกันมากขึ้น
    • ความเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการท่องเที่ยวอาจส่งผลให้การเดินทางลดลง

อาชีพ ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ใช้เงินลงทุนอะไร

  1. ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การจัดสร้างโรงแรมต้องใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารโรงแรม ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ห้องประชุม ฯลฯ

  2. ต้นทุนการจัดสร้างและตกแต่ง ต้นทุนการสร้างอาคารโรงแรมและการตกแต่งห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง โทรทัศน์ แอร์เชิงกราฟิก ฯลฯ

  3. อุปกรณ์และเครื่องมือ การจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารงานโรงแรม เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการจองห้องพัก ระบบจัดการการเบิกจ่าย เป็นต้น

  4. การตลาดและโฆษณา การโปรโมตและตลาดโรงแรมต้องการค่าใช้จ่ายในการออกแบบโฆษณา การทำเว็บไซต์ การสร้างความรู้จักและนับถือจากลูกค้า

  5. บุคลากร การจ้างงานเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการ พนักงานทำความสะอาด พนักงานส่งอาหาร ฯลฯ

  6. ค่าใช้จ่ายดำเนินการ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าก๊าซ ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  1. ผู้บริหารและผู้จัดการ คำนึงถึงการบริหารและดูแลโรงแรมให้เป็นไปตามมาตรฐานและความต้องการของลูกค้า ผู้บริหารและผู้จัดการเป็นคำสำคัญในการบริหารการดำเนินงานทั้งหมดของโรงแรม

  2. บุคลากร พนักงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการให้บริการแก่ลูกค้า เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการ พนักงานทำความสะอาด พนักงานห้องอาหาร และผู้ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก

  3. บุคคลที่ใช้บริการ ลูกค้าหลายประเภท เช่น นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน นักธุรกิจที่มาใช้บริการประจำ ผู้มาเข้าร่วมงานสัมมนา และคนท้องถิ่นที่มาพักผ่อน

  4. ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่มเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจโรงแรม บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต้องทำการส่งมอบวัตถุดิบที่คุณภาพเพื่อให้โรงแรมสามารถให้บริการอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างต่อเนื่อง

  5. ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวและกิจกรรม โรงแรมอาจจัดกิจกรรมหรือทัวร์เพื่อให้บริการเพิ่มความสนุกสนานแก่ลูกค้า ตัวอย่างเช่น การจัดทริปเที่ยวส่วนตัว การท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง หรือกิจกรรมแห่งความบันเทิง

  6. ผู้จัดจำหน่ายสินค้าและบริการรอบโรงแรม บริษัทที่จำหน่ายสินค้าและบริการที่โรงแรมต้องการใช้ เช่น เตียง ผ้าปูที่นอน อุปกรณ์ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ที่ควรรู้

  1. โรงแรม (Hotel) สถานที่ที่ให้บริการที่พักและบริการอื่น ๆ สำหรับผู้เข้าพักที่มาใช้บริการในระหว่างการเดินทางหรือท่องเที่ยว

  2. ห้องพัก (Room) พื้นที่ที่ให้บริการที่พักสำหรับลูกค้า เช่น ห้องนอน ห้องพักมาตรฐาน หรือห้องสวีท

  3. บริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Services) การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม เช่น ร้านอาหาร ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ บาร์

  4. ลาบี (Lobby) พื้นที่บริเวณทางเข้าหรือเป็นจุดรวมผู้เข้าพักก่อนเข้าห้องพัก เป็นที่เชื่อมต่อระหว่างพนักงานและลูกค้า

  5. สระว่ายน้ำ (Swimming Pool) พื้นที่สำหรับลูกค้าที่ต้องการว่ายน้ำและพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ

  6. ห้องประชุม (Conference Room) พื้นที่ที่ให้บริการสำหรับการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมทางธุรกิจ

  7. สปา (Spa) บริการบำบัดรักษาด้วยวิธีการแผนไทย การนวด การดูแลสุขภาพ และการผ่อนคลาย

  8. บริการห้องอาหาร (Room Service) การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในห้องพักของลูกค้า

  9. บริการรถรับส่ง (Shuttle Service) บริการรถรับส่งลูกค้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ

  10. ที่จอดรถ (Parking) พื้นที่ที่ให้บริการจอดรถสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม

จดบริษัท ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ทำอย่างไร

  1. เลือกชื่อบริษัท เลือกชื่อที่ไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นและอยู่ในกรอบของกฎหมาย และสอดคล้องกับธุรกิจโรงแรมของคุณ

  2. เขียนบันทึกคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ เขียนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อขออนุญาตให้ใช้ชื่อบริษัท

  3. จดทะเบียนบริษัท ยื่นเอกสารจดทะเบียนบริษัทพร้อมกับเอกสารประกอบ พร้อมด้วยข้อมูลผู้จัดตั้งบริษัท

  4. ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ สำหรับธุรกิจโรงแรมที่เป็นอาคารสถานที่พักและบริการ จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยวและกีฬา

  5. ขอใบอนุญาตประกอบกิจการทางอาหารและเครื่องดื่ม หากมีการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการทางอาหารและเครื่องดื่มจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมอาหารและยา

  6. ขอใบอนุญาตเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากกรมสรรพากร

  7. จัดหาที่พัก จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดทำธุรกิจโรงแรม โดยคำนึงถึงตำแหน่งที่ต่อไป ระบบการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

  8. จัดทำแผนธุรกิจ วางแผนธุรกิจโดยรวมเป้าหมาย กลยุทธ์การตลาด การบริหารการเงิน และกระบวนการทำงาน

บริษัท ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย เสียภาษีอะไร

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) บริษัทที่มีกำไรสุทธิต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราภาษีที่กำหนดโดยกฎหมายภาษี ปัจจุบันอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิ

  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax, VAT) ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราที่กำหนดโดยกฎหมายภาษี ปัจจุบันอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยอยู่ที่ 7%

  3. สาธารณูปโภค (Local Development Tax) บางจังหวัดหรือพื้นที่มีการเรียกเก็บภาษีสาธารณูปโภคเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการพัฒนาพื้นที่ในท้องถิ่น

  4. อื่น ๆ ยังมีภาษีอื่น ๆ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีสุรา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมเฉพาะ

อ่านบทความทั้งหมด >>> จดทะเบียนบริษัท.com

Accounting in English (รับทำบัญชี ภาษาอังกฤษ)

We provide accounting services by preparing financial statements in English version. Our specialist team will collect your business's financial information in a strict, and simple manner.

We will issue useful financial statements, accurate, and efficient. You can make business decisions with confidence, and spend less time managing accounting work which is safe and reliable.

Whether you are a small or large business. Our services will be fully responsive to your needs and goals. We will support you in developing and growing your business.