จดทะเบียนบริษัท.COM » ปูพื้น เปิดการค้า จัดตั้ง ที่ไหน ทำเล?

Click to rate this post!
[Total: 1 Average: 5]

ธุรกิจปูพื้น มีรายได้จากอะไรบ้าง

  1. ค่าแรงงาน รายได้หลักในธุรกิจปูพื้นมาจากค่าแรงงานที่ถูกจ้างเพื่อปูพื้นในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งค่าแรงงานจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และวัสดุที่ใช้

  2. วัสดุและอุปกรณ์ รายได้มาจากการขายวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปูพื้น เช่น กระเบื้อง, ไม้ปูพื้น, วัสดุฉนวน, กาว, ซีเมนต์, และอุปกรณ์ต่าง ๆ

  3. ค่าบริการ ในบางกรณี, รายได้สามารถมาจากค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการปูพื้น เช่น การให้คำปรึกษาวางแผน, การตรวจสอบสถานที่, และบริการหลังการปูพื้น

  4. บริการเสริม รายได้สามารถมาจากการให้บริการเสริมที่เกี่ยวข้องกับการปูพื้น เช่น การเคลือบผิวพื้น, การป้องกันความชำรุด, หรือการดูแลรักษาพื้น

  5. ออกแบบและคำนวณ รายได้อาจมาจากค่าบริการในการออกแบบและคำนวณการปูพื้นในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้ากับการใช้งานและความต้องการของลูกค้า

  6. ธุรกิจระยะยาว หากคุณมีลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกับการปูพื้นและมีความต้องการในระยะยาว เช่น โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ คุณอาจได้รับรายได้จากธุรกิจเชิงยาวนาน

  7. การซ่อมแซมและบำรุงรักษา รายได้สามารถมาจากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาพื้นที่ที่มีการปูพื้นเดิม หรือการปรับปรุงพื้นที่ที่มีปัญหา

  8. ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ รายได้เสริมอาจมาจากค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการด่วน, ค่าการจัดส่งวัสดุ, หรือค่าบริการพิเศษอื่น ๆ

วิเคราะห์ Swot Analysis ธุรกิจปูพื้น

จุดแข็ง (Strengths)

  • ความเชี่ยวชาญ ถ้าคุณมีความเชี่ยวชาญในการปูพื้นที่หลากหลาย และมีความรู้และประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน จุดแข็งนี้สามารถช่วยให้คุณมีความไว้วางใจจากลูกค้า
  • คุณภาพและการรับประกัน ถ้าคุณสามารถให้บริการที่มีคุณภาพสูงและมีการรับประกันความพึงพอใจจากลูกค้า จุดแข็งนี้อาจช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ
  • ความหลากหลายในวัสดุและการออกแบบ หากคุณมีความสามารถในการให้บริการและวัสดุที่หลากหลายให้ลูกค้าเลือก เช่น กระเบื้องหลากสีและลาย จุดแข็งนี้อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการทำธุรกิจ

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจ หากคุณเป็นคนใหม่ในวงการและยังไม่มีประสบการณ์มาก อาจทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือจากลูกค้า
  • ความขาดแคลนทรัพยากร หากคุณไม่มีทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการให้บริการในขนาดใหญ่ จุดอ่อนนี้อาจทำให้คุณไม่สามารถรับงานใหญ่ได้
  • ความไม่เสถียรในการจัดหาวัสดุ ถ้าคุณไม่มีซัพพลายเออร์ที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีปัญหาในการจัดหาวัสดุ จุดอ่อนนี้อาจส่งผลให้คุณมีปัญหาในการดำเนินงาน

โอกาส (Opportunities)

  • ตลาดเติบโต หากมีความต้องการเพิ่มขึ้นสำหรับบริการปูพื้น จุดโอกาสนี้อาจช่วยให้คุณเข้าสู่ตลาดใหม่และเพิ่มรายได้
  • การขยายตัวไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ หากคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่คุณไม่เคยเข้าถึงมาก่อน เช่น โครงการอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ จุดโอกาสนี้อาจช่วยให้คุณขยายธุรกิจของคุณ
  • เทคโนโลยีใหม่ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการปูพื้นอาจช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและลดเวลาการทำงาน

อุปสรรค (Threats)

  • คู่แข่งที่แข็งแกร่ง หากมีคู่แข่งที่มีชื่อเสียงและทรัพยากรที่มากกว่า อาจทำให้คุณต้องแข่งขันในราคาและคุณภาพการให้บริการ
  • ความเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการตลาด การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการตลาดหรือความต้องการของลูกค้าอาจส่งผลให้คุณต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ
  • ภาวะเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลให้ลูกค้าลดการใช้จ่ายเมื่อมีการเศรษฐกิจตกต่ำ

อาชีพ ธุรกิจปูพื้น ใช้เงินลงทุนอะไร

  1. อุปกรณ์และเครื่องมือ คุณจำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปูพื้น เช่น เครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการตรวจสอบและเตรียมพื้น, อุปกรณ์ในการนำเสนอและประกอบพื้น

  2. วัสดุการปูพื้น ค่าวัสดุที่ใช้ในการปูพื้น เช่น กระเบื้อง, ปูน, วัสดุฉนวน, ซีเมนต์, และวัสดุต่าง ๆ

  3. ค่าบริการจ้างงาน ค่าจ้างแรงงานสำหรับการปูพื้น ซึ่งสามารถคิดเป็นรายวันหรือรายงานได้

  4. การตลาดและโปรโมชั่น ค่าใช้จ่ายในการโปรโมตธุรกิจของคุณ เช่น การออกแบบและพิมพ์สิ่งพิมพ์, การสร้างเว็บไซต์, การโฆษณาออนไลน์, และกิจกรรมการตลาดอื่น ๆ

  5. ค่าบริหารจัดการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บบัญชี, การทำบัญชี, การบริหารการเงิน, และการจัดการทรัพยากรบุคคล

  6. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถรวมในรายการด้านบน เช่น การรับรองความปลอดภัย, การจัดตั้งธุรกิจ, และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดกฎหมาย

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจปูพื้น

  1. ช่างปูพื้น อาชีพนี้เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบและเตรียมพื้นก่อนปูพื้น พวกเขาต้องทำความเข้าใจถึงวัสดุและเครื่องมือที่ใช้ในการปูพื้นเพื่อให้ผลงานมีคุณภาพและตรงตามมาตรฐาน

  2. พนักงานปูพื้น อาชีพนี้เป็นคนที่ทำงานจริงในกระบวนการปูพื้น เขาจะทำการติดตั้งวัสดุต่าง ๆ ลงบนพื้นตามแผนที่และคำแนะนำ

  3. ออกแบบภายใน การออกแบบภายในเกี่ยวข้องกับการเลือกวัสดุและสีที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลและความเป็นไปได้

  4. ผู้จัดการโครงการ ในกรณีที่ธุรกิจปูพื้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างหรือตกแต่งภายใน ผู้จัดการโครงการจะเป็นผู้ควบคุมและประสานงานในกระบวนการทั้งหมด

  5. ธุรการและบริหารธุรกิจ การดำเนินธุรกิจไม่เพียงแค่การปูพื้นเอง ยังต้องมีบุคคลที่จัดการเรื่องการตลาด, การเงิน, การบริหาร, และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้วย

  6. ผู้ควบคุมคุณภาพ ในกรณีที่ธุรกิจปูพื้นมีมาตรฐานและคุณภาพที่ต้องรักษา จำเป็นต้องมีคนที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและติดตามให้ผลงานสอดคล้องกับมาตรฐาน

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจปูพื้น ที่ควรรู้

  1. Subflooring (พื้นระแนง) ชั้นพื้นที่อยู่ภายใต้พื้นที่ที่เราเดินตาม ประกอบด้วยวัสดุเช่นไม้หรือคอนกรีตที่ถูกวางเพื่อสร้างพื้นแข็งและรองรับสิ่งของบนพื้น

  2. Flooring Material (วัสดุปูพื้น) วัสดุที่ใช้ในการปูพื้น เช่น กระเบื้อง, ไม้ปูพื้น, พื้นยาง, และวัสดุสังเคราะห์

  3. Installation (การติดตั้ง) กระบวนการในการวางวัสดุปูพื้นลงบนพื้นระแนง การติดตั้งที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการให้ความคงทนและดูดีของพื้น

  4. Surface Preparation (การเตรียมพื้นผิว) ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวระเบียบให้พร้อมสำหรับการปูพื้น เช่น การทำความสะอาด, การรีดผิว, และการกรอง

  5. Adhesive (กาวหรือตะกั่ว) สารกาวที่ใช้ในกระบวนการปูพื้นเพื่อเชื่อมต่อวัสดุกับพื้นระแนง

  6. Leveling (การปรับระดับ) กระบวนการปรับระดับพื้นเพื่อให้พื้นหรือวัสดุปูพื้นอยู่ในระดับเดียวกัน

  7. Finishing (การแต่งงาน) ขั้นตอนสุดท้ายของการปูพื้น รวมถึงการทำความสะอาดและการปรับปรุงรายละเอียดสุดท้าย

  8. Moisture Barrier (ป้องกันความชื้น) วัสดุที่ใช้เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นหรือจากพื้นที่ด้านล่าง เพื่อป้องกันการแผ่กระจายความชื้นไปยังวัสดุปูพื้น

  9. Underlayment (วัสดุรองรับพื้น) วัสดุที่วางลงบนพื้นระแนงก่อนวัสดุปูพื้น เช่น ฟองน้ำ, กระดาษอิฐ, หรือแผ่นไม้ที่ใช้ในการปรับระดับพื้น

  10. Sealing (การปิดผนึก) กระบวนการใส่สารซึมซาบหรือสารปิดผนึกเพื่อป้องกันการเป็นคราบน้ำหรือคราบสิ่งสกปรกเข้าสู่วัสดุปูพื้น

จดบริษัท ธุรกิจปูพื้น ทำอย่างไร

  1. วางแผนธุรกิจ กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจของคุณ รวมถึงธุรกิจปูพื้นและการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

  2. เลือกชื่อบริษัท เลือกชื่อที่เป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร และตรวจสอบความเหมาะสมกับกฎหมายและนโยบายการจดทะเบียน

  3. เลือกประเภทของบริษัท ตรวจสอบประเภทของบริษัทที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจปูพื้นของคุณ เช่น บริษัทจำกัด, บริษัทมหาชน, หรือบริษัทแห่งชาติ

  4. จัดหาทุน หากต้องการทุนเพิ่มเติมเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ คุณอาจต้องจัดหาทุนจากแหล่งเงินทุนเช่น กู้สินเชื่อธุรกิจหรือนักลงทุน

  5. จัดเตรียมเอกสาร เตรียมเอกสารที่จำเป็นในการจดบริษัท เช่น บันทึกประชุมผู้จัดตั้งบริษัท, พาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนของผู้ร่วมจัดตั้ง

  6. เขียนข้อบัญญัติบริษัท จัดทำข้อบัญญัติบริษัทที่ระบุเป้าหมายและรายละเอียดการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสัญลักษณ์และตราประจำบริษัท

  7. จดทะเบียนบริษัท ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมทั้งเสนอชื่อบริษัท, ข้อมูลผู้จัดตั้งและผู้บริหาร

  8. ชำระค่าจดทะเบียน ชำระเงินค่าจดทะเบียนบริษัทตามที่กำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  9. รับหมายเลขจดทะเบียน หลังจากได้รับการอนุมัติจดทะเบียนบริษัท คุณจะได้รับหมายเลขจดทะเบียนที่เป็นเอกสารสำคัญ

บริษัท ธุรกิจปูพื้น เสียภาษีอะไร

  1. ภาษีเงินได้บริษัท (Corporate Income Tax) ภาษีที่เสียจากกำไรของบริษัทที่ได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ออกแล้ว เป็นภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัท

  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT) ถ้าธุรกิจปูพื้นมีรายได้เกินจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย อาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่อัตราที่รัฐบาลกำหนด

  3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) หากเจ้าของบริษัทรับรายได้จากธุรกิจปูพื้น และรายได้ดังกล่าวนี้เป็นรายได้บุคคล อาจมีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในบางกรณี

  4. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท (Company Registration Fee) เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท

  5. อื่น ๆ อาจมีภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าปรับ, ค่าอนุญาตเปิดธุรกิจ, และอื่น ๆ ตามกฎหมายท้องถิ่น

อ่านบทความทั้งหมด >>> จดทะเบียนบริษัท.com

Accounting in English (รับทำบัญชี ภาษาอังกฤษ)

We provide accounting services by preparing financial statements in English version. Our specialist team will collect your business's financial information in a strict, and simple manner.

We will issue useful financial statements, accurate, and efficient. You can make business decisions with confidence, and spend less time managing accounting work which is safe and reliable.

Whether you are a small or large business. Our services will be fully responsive to your needs and goals. We will support you in developing and growing your business.