รับทำบัญชี
ยื่นภาษีอากร

จดทะเบียนบริษัท.COM » ก่อสร้าง เปิดการค้า จัดตั้ง ที่ไหน ทำเล?

Click to rate this post!
[Total: 1 Average: 5]

ธุรกิจก่อสร้าง มีรายได้จากอะไรบ้าง

  1. รายได้จากโครงการก่อสร้าง รายได้หลักสำหรับธุรกิจก่อสร้างมาจากการรับจ้างก่อสร้างโครงการต่าง ๆ เช่น อาคารพาณิชย์, อาคารที่พักอาศัย, สนามกีฬา, สถานที่ท่องเที่ยว และโครงการอื่น ๆ ที่ต้องการการก่อสร้าง

  2. รายได้จากการทำงานสร้างตามระบบ Subcontract บางบริษัทอาจรับงานตามระบบ Subcontract โดยรับงานเฉพาะส่วนของงานก่อสร้าง เช่น งานโครงสร้างเหล็ก, งานไฟฟ้า หรืองานประปา ซึ่งจะได้รับรายได้จากค่าจ้างที่ได้รับ

  3. รายได้จากการบริการโครงการ การบริการเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในธุรกิจก่อสร้าง เช่น การประมูลงาน, การปรึกษาในการออกแบบและวางแผนโครงการ, การจัดการโครงการ, และการให้คำปรึกษาในการบริหารโครงการ

  4. รายได้จากงานซ่อมแซมและการรักษาความพร้อม หลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้น ธุรกิจก่อสร้างยังสามารถรับงานซ่อมแซมและการรักษาความพร้อมจากลูกค้าเก่าได้ เช่น การปรับปรุงหรือการประกอบความพร้อมของสิ่งก่อสร้าง

  5. รายได้จากการให้เช่าพื้นที่ หากธุรกิจก่อสร้างมีส่วนสำหรับพื้นที่ที่สามารถให้เช่า รายได้จากการให้เช่าพื้นที่อาจเป็นส่วนสำคัญในรายได้รวมของบริษัท

  6. รายได้จากการจัดจ้างให้บริการรับเหมา บางบริษัทอาจเป็นผู้จัดจ้างให้บริการรับเหมากับโครงการอื่น ๆ โดยกำไรมาจากความต่างระหว่างราคาเสนอรับเหมากับราคาที่เสนอให้กับโครงการ

  7. รายได้จากการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง บางบริษัทอาจให้บริการหาวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับโครงการ และรับค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการจากการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์

  8. รายได้จากการขายบ้านหรืออาคารที่ก่อสร้างเสร็จ บางบริษัทอาจก่อสร้างบ้านหรืออาคารเพื่อขาย รายได้จะมาจากการขายบ้านหรืออาคารที่เสร็จสิ้นการก่อสร้าง

  9. รายได้จากการออกแบบและคิดค้นโครงการ การออกแบบและคิดค้นโครงการก่อสร้างอาจมีการเสนอให้แก่ลูกค้าโดยเสียค่าบริการ

  10. รายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้อง บางบริษัทอาจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับก่อสร้าง เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยและการประเมินคุณภาพ

วิเคราะห์ Swot Analysis ธุรกิจก่อสร้าง

จุดแข็ง Strengths

  1. ความเชี่ยวชาญในงานสร้าง ธุรกิจก่อสร้างอาจมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินงานสร้างอย่างมืออาชีพ

  2. ความรู้เชิงเทคนิค ความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิธีการก่อสร้างใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาโครงการ

  3. ความสามารถในการจัดการโครงการ ความสามารถในการวางแผน บริหารจัดการ และควบคุมโครงการให้สำเร็จตามเวลาและงบประมาณ

  4. ความสามารถในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการให้บริการที่ประทับใจอาจช่วยสร้างความไว้วางใจและสัมพันธ์ที่ยาวนานกับลูกค้า

จุดอ่อน Weaknesses

  1. ขาดแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ บริษัทอาจพบปัญหาในการหาแรงงานที่มีความรู้และทักษะพิเศษในงานสร้าง

  2. ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย การบริหารค่าใช้จ่ายในโครงการสร้างอาจเป็นอุปสรรคใหญ่ ถ้าไม่สามารถควบคุมการใช้งบประมาณได้เหมาะสม

  3. ความล่าช้าในการจัดส่งโครงการ หากไม่สามารถส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนด อาจส่งผลให้ลูกค้าไม่พึงพอใจและเสียโอกาสทางธุรกิจ

  4. ความขาดแคลนในการนำเสนอโครงการ ความไม่ชัดเจนในการนำเสนอแผนและค่าบริการอาจทำให้ลูกค้าสงสัยเรื่องคุณภาพและความเป็นไปได้ของโครงการ

โอกาส Opportunities

  1. การเติบโตของตลาดก่อสร้าง โอกาสในการขยายกิจการเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเติบโตของตลาดก่อสร้าง

  2. การพัฒนาโครงการที่ยังไม่เคยมี โอกาสในการออกแบบและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

  3. การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการก่อสร้าง โอกาสในการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ในการสร้างงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของงาน

  4. การเข้าสู่ตลาดใหม่ โอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ที่อาจมีความต้องการในงานก่อสร้าง

อุปสรรค Threats

  1. ความแข็งแกร่งของคู่แข่ง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดก่อสร้างอาจส่งผลให้ต้องพยายามเพิ่มคุณภาพและลดราคา

  2. ความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและข้อกำหนด การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่นและสากลอาจส่งผลต่อกระบวนการการดำเนินธุรกิจ

  3. ความผันผวนในตลาด ตลาดก่อสร้างอาจมีความผันผวนที่สามารถส่งผลให้รายได้และโอกาสลดลง

  4. ความขาดความน่าเชื่อถือในกลุ่มผู้ประกอบการ การระบาดของข่าวลือเสียงร้ายหรือความไม่เชื่อถือในความสามารถของบริษัทอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ

อาชีพ ธุรกิจก่อสร้าง ใช้เงินลงทุนอะไร

  1. เงินทุนลงทุน คุณต้องมีเงินทุนเพื่อใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการจ้างงานแรงงานเบื้องต้น การซื้อวัสดุและอุปกรณ์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างคนงานและรายได้ส่วนตัวในช่วงเริ่มต้น

  2. วัสดุและอุปกรณ์ คุณต้องสร้างแหล่งที่มาของวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้าง รวมถึงเครื่องมือและเครื่องจักรที่จำเป็นในการทำงาน

  3. ค่าจ้างแรงงาน การบริหารงานสร้างอาจต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญและความรู้ ทั้งแรงงานบริหารและงานที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเช่น ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า และช่างประปา

  4. การจ้างค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินที่ใช้สำหรับโครงการก่อสร้าง คุณอาจต้องจ้างเช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจากเจ้าของทรัพย์สิน

  5. การประกอบอาคารหรือโครงสร้าง ต้องใช้เงินทุนในการสร้างหรือก่อสร้างอาคารหรือโครงสร้างตามแผนและระยะเวลาที่กำหนด

  6. ค่าติดตั้งและการทดสอบ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องจักรต่าง ๆ และการทดสอบความพร้อมของงานสร้าง

  7. ค่าโฆษณาและการตลาด เพื่อให้ความรู้และดึงดูดลูกค้า คุณอาจต้องลงทุนในกิจกรรมโฆษณาและการตลาด

  8. ค่าบริหารจัดการ การบริหารจัดการโครงการและธุรกิจอาจต้องใช้เงินทุนในการจ้างผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

  9. เงินสำรองและส่วนลงทุนเพิ่มเติม คุณควรมีเงินสำรองเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างโครงการ

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจก่อสร้าง

  1. ช่างก่อสร้าง (Construction Worker) ช่างก่อสร้างทำหน้าที่ปฏิบัติงานที่สำคัญในการก่อสร้างอาคารหรือโครงสร้าง รวมถึงงานต่าง ๆ เช่น ก่ออิฐ, ติดตั้งโครงสร้างเหล็ก, และทำงานในพื้นที่งานสร้าง

  2. ช่างโลหะ (Metalworker) ช่างโลหะมีหน้าที่ในการตัดเหล็ก, ติดตั้งโครงสร้างโลหะ, และการทำงานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุโลหะในโครงการก่อสร้าง

  3. ช่างไฟฟ้า (Electrician) ช่างไฟฟ้ามีหน้าที่ติดตั้งระบบไฟฟ้า, สายไฟ, และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องในอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ

  4. ช่างประปา (Plumber) ช่างประปามีหน้าที่ติดตั้งระบบท่อประปา, ระบบระบายน้ำเสีย, และอุปกรณ์ประปาในอาคาร

  5. วิศวกรก่อสร้าง (Civil Engineer) วิศวกรก่อสร้างมีหน้าที่วางแผนโครงการก่อสร้าง, ออกแบบโครงสร้าง, และควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน

  6. เจ้าหน้าที่ควบคุมโครงการ (Project Manager) เจ้าหน้าที่ควบคุมโครงการมีหน้าที่วางแผน, ดูแล, และบริหารจัดการกับงานสร้างให้เป็นไปตามเวลาและงบประมาณ

  7. สถาปนิก (Architect) สถาปนิกมีหน้าที่ออกแบบและวางแผนโครงการสร้างตามความต้องการของลูกค้าและมีบทบาทในการสร้างบรรยากาศและดีไซน์ของโครงสร้าง

  8. ผู้รับเหมาก่อสร้าง (Contractor) ผู้รับเหมาก่อสร้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานสร้างตามสัญญาและการตรวจสอบคุณภาพงาน

  9. เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ (Quality Control Inspector) เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพตรวจสอบและตรวจสอบงานก่อสร้างเพื่อให้มั่นใจว่างานมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

  10. นักวางแผนการสร้าง (Construction Planner) นักวางแผนการสร้างมีหน้าที่วางแผนและกำหนดตารางการดำเนินงานในโครงการก่อสร้าง

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจก่อสร้าง ที่ควรรู้

  1. โครงการก่อสร้าง (Construction Project)

    • ไทย โครงการก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Project
    • คำอธิบาย กิจกรรมหรืองานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาคารหรือโครงสร้างตามแผนและข้อกำหนดที่กำหนดไว้
  2. สถาปนิก (Architect)

    • ไทย สถาปนิก
    • อังกฤษ Architect
    • คำอธิบาย ผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการออกแบบและวางแผนโครงการสร้าง
  3. ช่างก่อสร้าง (Construction Worker)

    • ไทย ช่างก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Worker
    • คำอธิบาย คนงานที่มีความชำนาญในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง
  4. วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials)

    • ไทย วัสดุก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Materials
    • คำอธิบาย วัสดุหรือวัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารหรือโครงสร้าง
  5. รายการงาน (Work Schedule)

    • ไทย รายการงาน
    • อังกฤษ Work Schedule
    • คำอธิบาย ตารางการดำเนินงานและกิจกรรมที่จะดำเนินการในโครงการ
  6. สัญญาก่อสร้าง (Construction Contract)

    • ไทย สัญญาก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Contract
    • คำอธิบาย เอกสารที่บอกข้อกำหนดและเงื่อนไขของการดำเนินงานก่อสร้าง
  7. ระยะเวลาก่อสร้าง (Construction Timeline)

    • ไทย ระยะเวลาก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Timeline
    • คำอธิบาย ช่วงเวลาที่กำหนดในการดำเนินงานสร้างตามแผนการก่อสร้าง
  8. ควบคุมคุณภาพ (Quality Control)

    • ไทย ควบคุมคุณภาพ
    • อังกฤษ Quality Control
    • คำอธิบาย กระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
  9. รับเหมาก่อสร้าง (Construction Contractor)

    • ไทย รับเหมาก่อสร้าง
    • อังกฤษ Construction Contractor
    • คำอธิบาย บริษัทหรือบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานก่อสร้างตามสัญญา
  10. บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ (Expert Personnel)

    • ไทย บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ
    • อังกฤษ Expert Personnel
    • คำอธิบาย บุคคลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านการก่อสร้างและมีความสามารถในการดำเนินงานที่ต้องการความชำนาญ

จดบริษัท ธุรกิจก่อสร้าง ทำอย่างไร

  1. วางแผนและการตรวจสอบชื่อบริษัท ค้นหาชื่อบริษัทที่ไม่ซ้ำซ้อนกับบริษัทอื่น ๆ และตรวจสอบความเข้ากันของชื่อกับกฎหมายในประเทศ

  2. เลือกประเภทของบริษัท ตัดสินใจเลือกประเภทของบริษัทที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจก่อสร้าง เช่น บริษัทจำกัด, บริษัทมหาชน, หรือบริษัทแม่-ลูก

  3. ระบุผู้จัดการบริษัท (Directors/Managers) ระบุผู้จัดการบริษัทที่จะรับผิดชอบในการบริหารและดำเนินกิจการ

  4. จัดทำข้อมูลและเอกสารก่อตั้งบริษัท จัดทำเอกสารสำคัญเพื่อก่อตั้งบริษัท เช่น พิมพ์หนังสือมอบอำนาจ, ข้อกำหนดบริษัท, และเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น

  5. ยื่นคำขอจดทะเบียน ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในการลงทะเบียนบริษัทของประเทศ

  6. ชำระค่าธรรมเนียม ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่าบริการอื่น ๆ ตามกำหนดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

  7. รอการอนุมัติ รอรับการอนุมัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบและองค์กรทางการเงิน (หากมีความจำเป็น)

  8. ได้รับเอกสารจดทะเบียน เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติและเอกสารต่าง ๆ ได้รับการสร้างขึ้น คุณจะได้รับเอกสารจดทะเบียนบริษัท

  9. ทำการประกาศจดทะเบียน ประกาศเอกสารจดทะเบียนบริษัทในสำนักทะเบียนการค้าและห้างสรรพสินค้า

  10. จัดการเอกสารภายหลัง หลังจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ คุณจะต้องดำเนินการบันทึกเอกสารและบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จำเป็นตามกฎหมาย

บริษัท ธุรกิจก่อสร้าง เสียภาษีอะไร

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) หากบริษัทเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนที่มีผู้ถือหุ้นคือบุคคลธรรมดา ผลกำไรที่ได้รับจากกิจการก่อสร้างอาจถูกนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราที่กำหนดโดยกฎหมายในประเทศ

  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) บริษัทที่ได้รับกำไรจากกิจการก่อสร้างอาจต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่รัฐบาลกำหนด

  3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax, VAT) บริษัทธุรกิจก่อสร้างที่มีกิจกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภาษีของประเทศ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

  4. ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (Property Tax) บางประเทศอาจมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หากบริษัทเป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้

  5. อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างตามกฎหมายและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ เช่น ภาษีสาธารณูปโภค, ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนธุรกิจ, และอื่น ๆ

อ่านบทความทั้งหมด >>> จดทะเบียนบริษัท.com